Login Register
Hotline: 02-626-5999

ปั่นงานอย่างไรให้ทัน Deadline

“Deadline” คำที่ใครหลายๆคนมักไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก จนกระทั้งใกล้ถึงวันกำหนดส่ง ซึ่งก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำงานไม่ทันวันกำหนดส่งขึ้น และด้วยความที่ว่าไม่มีใครอยากทำงานส่งไม่ทัน จึงทำให้เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้น ไม่ว่าจะเพราะงานมันล้นมือ, ร่างกายไม่แข็งแรงจึงป่วยบ่อย, ขี้เกียจเลยดองงานไว้ไม่ยอมทำ ฯลฯ เราก็ต้องพยายามปั่นงานให้ทัน ดังนั้น วันนี้เราเลยนำเทคนิคเล็กๆน้อยๆ มาให้ลองนำไปใช้กันดู


>> เทคนิคการปั่นงานให้ทัน DEADLINE <<

1. วางแผนการทำงาน

          ในการทำงานถ้าเรามีงานอยู่หลายชิ้น เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะจัดลำดับความสำคัญให้งานแต่ละชื้นที่เราได้รับมอบหมายให้ทำ งานชิ้นไหนสำคัญมากกว่าก็ควรหยิบมาทำก่อน งานชิ้นไหนกำหนดส่งก่อนก็ต้องเร่งทำงานนั้นให้เสร็จจะได้ไม่เกิดปัญหา ดังนั้นถ้าเรามีงานที่สำคัญพอๆกันรวมถึง Deadline ก็ไล่เลี่ยกัน เราก็ต้องมาวิเคราะห์กันว่า งานชิ้นไหนทำเสร็จได้ไวกว่ากัน เราก็ควรที่จะหยิบงานชิ้นนั้นขึ้นมาทำก่อน เพื่อที่เราจะได้มีเวลาทำชิ้นต่อไปด้วย

2. กำหนดเวลาพัก

          เวลาพักระหว่างการทำงานนั้นมีความสำคัญ เนื่องจาก ถึงแม้ว่างานจะดูเหมือนว่าถึงจะปั่นทั้งวี่ทั้งวันอย่างไรก็ไม่มีทางทัน แต่เราก็ต้องมีเวลาพักให้ตัวเอง เพราะการที่ตะบี้ตะบันทำงานไม่หยุดจะทำให้ร่างกาย รวมถึงสมองเหนื่อยจนเกินไป และจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดต่ำลง ซึ่งหมายความว่า ดีไม่ดีการปั่นงานแบบไม่หยุดพัก ยังทำให้งานที่ทำนั้นเสร็จช้ากว่าการทำงานแบบมีเวลาพักเสียอีก

          ในด้านของการกำหนดเวลาพักนั้น เราก็ต้องกำหนดให้สมเหตุสมผล ไม่ใช่ว่าพักยุบพักยิบไปเรื่อย พักนานมากแต่ทำงานแปปเดียว ยิ่งถ้าเวลาทำงานก็ไม่ค่อยตั้งใจทำอีก อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าทำตัวแบบนี้คงยากที่จะทำงานได้เสร็จทันกำหนด

          การกำหนดเวลาพักนั้น คุณอาจจะเริ่มจาก ลองพัก 10 นาที ทุก 1 ชั่วโมง ก่อนก็ได้ว่าร่างกายคุณไหวไหม ถ้ายังไม่โอเคก็ค่อยๆปรับกันไป เพราะงานแต่ละงาน รวมถึงความทนของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน เวลาพักที่เหมาะสมจึงแตกต่างกันออกไป แต่ที่สำคัญก็คือ เมื่อคุณกำหนดเวลาพักให้ตัวเองได้แล้ว คุณต้องพยายามทำตามที่กำหนดเอาไว้ให้ได้ด้วย

3. หยุดใช้ทุกโซเชียล

          พวกโซเชียลที่เราใช้ๆ กันอยู่ทุกวันนี้นี่หละที่เป็นตัวการหลักที่ทำให้เราไม่มีสมาธิในการทำงาน ดังนั้น หากเป็นไปได้ตอนที่จะต้องตั้งใจปั่นงาน คุณควรเอามือถือ รวมถึงอุปกรณ์ใดๆ ก็ตามที่คุณใช้เล่นโซเชียลไว้ให้ห่างจากจุดที่คุณทำงาน เพื่อที่คุณจะได้มีสมาธิในการทำงานเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะ ส่วนใหญ่ ถึงเราจะคิดว่าแปปเดียวๆ ตอบเพื่อนแปปเดียวเอง กว่าจะรู้ตัวอีกทีมันก็มักจะไม่ใช่แปปเดียวอย่างที่คิดเอาไว้เสียแล้ว

4. เปิด-ปิดเพลง

          การจะเปิดหรือปิดเพลงในการปั่นงานนี้มีปัจจัยที่ต้องคิดอยู่ 2 อย่าง คือ

          ตัวเราเอง: ถ้าเราเป็นคนที่ฟังเพลงแล้วไม่มีสมาธิ ฟังเพลงแล้วจะเผลอไปร้องเพลงตามตลอด หรืออะไรประมาณนั้น เราก็ควรที่จะปิดเพลงในระหว่าการปั่นงาน

          แนวเพลง: โดยส่วนมากเพลงฟังสบายๆจะเหมาะกับงานที่ต้องใช้ความคิด (แต่ถ้าใครเป็นคนฟังเพลงแนวนี้แล้วง่วง การปิดเพลงเวลาปั่นงานก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า) ส่วนเพลงจังหวะเร็วๆ มันส์ๆ ก็เหมาะกับการช่วยเร่งมือให้เราทำงานไวๆ

5. กำหนดรางวัลให้ตัวเอง

          สำหรับคนที่การใกล้ถึง Deadline แล้วก็ยังไม่ค่อยจะทำให้มีอารมณ์ปั่นงานสักเท่าไร เราก็มีทริคเพื่อเพิ่มและสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้ลองใช้ดู ซึ่งนั่นก็คือการกำหนดว่าถ้าเราสามารถปั่นงานได้ทันเวลา เราจะมีรางวัลเล็กๆน้อยๆให้กับตัวเอง และเพื่อให้ตัวรางวัลนั้นมีน้ำหนักในการจูงใจ ถ้าทำไม่สำเร็จ เราก็ต้องไม่ไปทำหรือ/และไปเอาในสิ่งที่เรากำหนดเป็นรางวัลเอาไว้

          ในด้านของรางวัลจะเป็นอะไรก็ได้ ทั้งแบบเสียงเงินและไม่เสียเงิน เอาตามที่เราชอบได้เลย เช่น ถ้าปั่นงานทันจะได้ไปช๊อปกระเป๋าใบใหม่, ถ้าปั่นงานทันคืนนี้ได้กลับบ้านไปดูหนัง 3 เรื่อง, ถ้าปั่นงานทันวันนี้ไม่ต้องกลับไปเคลียร์งานบ้าน ฯลฯ


สุดท้ายนี้ ถ้าหากใช้เทคนิคทั้ง 5 ข้อ นั้นไปแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถปั่นงานได้ทัน Deadline จริงๆ (ขอเน้นว่า ต้องไม่สามารถทำทันได้สำเร็จจริงๆเท่านั้น) ทางออกสุดท้ายที่ดีที่สุดก็คือ การแจ้งให้ผู้ที่มอบหมายงานให้เราทราบว่า งานชิ้นนี้จะเสร็จไม่ทันกำหนด จึงต้องขอเลื่อน Deadline ออกไปก่อน โดยการขอเลื่อนวันนี้ คุณควรที่จะระบุวันที่ที่แน่นอนว่างานจะเสร็จไปด้วย ไม่ควรนิ่งเงียบไว้แล้วปล่อยให้โดนทวงถาม

 

Contact Us

JobMonster Inc.
54/29 West 21st Street, New York, 10010, USA
contact@jobmonster.com
http://jobmonster.com