28 สิงหาคม 2026

Imposter Syndrome ในที่ทำงาน คืออะไร พร้อมวิธีรับมือ
Imposter Syndrome หรือภาวะที่รู้สึกว่าตัวเอง “เก่งไม่พอ” ทั้งที่มีความสามารถจริง เป็นปรากฏการณ์ทางจิตใจที่คนทำงานจำนวนมากเคยเผชิญ มีงานวิจัยประเมินว่ากว่า 70% ของผู้คนจะรู้สึกถึงอาการ “เราไม่เก่ง” ในช่วงหนึ่งของชีวิต ภาวะนี้ไม่เลือกตำแหน่งหรืออายุ เกิดได้ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงไปจนถึงพนักงานจบใหม่ และหากปล่อยไว้อาจบั่นทอนทั้งประสิทธิภาพการทำงานและความก้าวหน้าในอาชีพ
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ Imposter Syndrome ในที่ทำงาน พร้อมแนวทางรับมืออย่างมืออาชีพ
Imposter Syndrome ในที่ทำงานคืออะไร?
Imposter Syndrome คือภาวะที่บุคคลรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เก่งจริงและกลัวว่าวันหนึ่งคนอื่นจะ “จับได้” ว่าตนไม่มีความสามารถ มักเชื่อว่าความสำเร็จที่ได้มาเป็นเพราะโชค ไม่ใช่ฝีมือ แนวคิดนี้ถูกบัญญัติขึ้นในปี 1978 โดยนักจิตวิทยาสองท่านคือ Pauline และ Suzanne ซึ่งนิยามว่าเป็นความรู้สึกภายในว่าเราไม่ใช่คนเก่งจริง
สิ่งที่ FDI เห็นจากผู้สมัครที่เผชิญภาวะนี้
จากการพูดคุยกับผู้สมัครงานจำนวนมาก ทีมที่ปรึกษา FDI Recruitment พบว่าหลายคนที่มีคุณสมบัติโดดเด่น กลับลังเลที่จะสมัครตำแหน่งที่สูงขึ้นเพราะรู้สึกว่า “ยังไม่พร้อม” หรือ “ยังไม่เก่งพอ” ทั้งที่ในความเป็นจริงประสบการณ์และทักษะของพวกเขาตรงตามที่องค์กรต้องการ
ความรู้สึกนี้มักก่อตัวเป็น “วงจร Imposter” (Imposter Cycle) ที่เริ่มจากการได้รับงานบางอย่างมา ตามด้วยความวิตกกังวลและความเครียด แล้วนำไปสู่ทางเลือกสองทาง คือ ผัดวันประกันพรุ่ง หรือเตรียมตัวมากเกินความจำเป็น การมีมุมมองจากภายนอกที่ประเมินคุณค่าในตลาดอย่างเป็นกลางจึงช่วยให้หลายคนกล้าก้าวต่อ
อาการ สาเหตุ และผลกระทบของ Imposter Syndrome
การเข้าใจกลไกของภาวะนี้ช่วยให้รับมือได้ตรงจุด ทั้งในมิติของอาการที่แสดงออกและผลกระทบต่อการทำงาน
1.อาการที่สังเกตได้
ผู้ที่มีภาวะนี้มักสงสัยในความสามารถของตนเองแม้ประสบความสำเร็จ กลัวความล้มเหลว วิตกกังวลเกินเหตุ และมักให้เครดิตความสำเร็จกับปัจจัยภายนอกมากกว่าความสามารถของตน
2.ผลกระทบต่อการทำงาน
จากการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบที่รวบรวมการศึกษาหลายสิบชิ้น พบว่า Imposter Syndrome มักเกิดร่วมกับภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล และสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ความพึงพอใจในงานที่ต่ำลง รวมถึงภาวะหมดไฟ หากไม่ได้รับการดูแล อาจส่งผลต่อการตัดสินใจด้านอาชีพในระยะยาว
ภาวะที่พบได้ทั่วไป ไม่ใช่ความผิดปกติเฉพาะบุคคล
สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ Imposter Syndrome เป็นประสบการณ์ที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มมืออาชีพ ไม่ใช่จุดอ่อนเฉพาะตัว
งานวิจัยทบทวนอย่างเป็นระบบระบุว่าความชุกของภาวะนี้แตกต่างกันมากตั้งแต่ราว 9% ถึง 82% ขึ้นกับเครื่องมือที่ใช้วัด และพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ตลอดจนหลากหลายช่วงวัย การตระหนักว่า “คุณไม่ได้เผชิญสิ่งนี้เพียงลำพัง” จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการรับมือ
วิธีรับมือ Imposter Syndrome อย่างมืออาชีพ
ภาวะนี้จัดการได้ด้วยการปรับมุมมองและพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ ลองนำแนวทางต่อไปนี้ไปปรับใช้
- ยอมรับและพูดถึงความรู้สึก แทนการเก็บไว้คนเดียว การแบ่งปันกับคนที่ไว้ใจช่วยลดแรงกดดัน
- บันทึกความสำเร็จและผลงานที่วัดผลได้ เพื่อเตือนตัวเองถึงความสามารถที่แท้จริง
- ฝึกความเมตตาต่อตนเอง ยอมรับว่าทุกคนมีทั้งด้านที่เก่งและด้านที่ต้องพัฒนา
- ขอ Feedback ที่ตรงไปตรงมาจากหัวหน้าหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินตนเองตามความเป็นจริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Imposter Syndrome
Q: Imposter Syndrome เป็นโรคทางจิตเวชหรือไม่?
A: ไม่ถือเป็นโรคทางจิตเวชอย่างเป็นทางการ แต่เป็นรูปแบบความคิดและความรู้สึกที่ส่งผลต่อความมั่นใจ หากรุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวัน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจะช่วยได้
Q: ทำไมคนเก่งถึงเป็น Imposter Syndrome?
A: เพราะภาวะนี้เกี่ยวกับการรับรู้ตนเอง ไม่ใช่ความสามารถจริง คนที่ตั้งมาตรฐานสูงหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่แข่งขันสูงจึงมักรู้สึกว่าตนเองยังดีไม่พอ แม้จะประสบความสำเร็จก็ตาม
Q: ภาวะนี้หายได้ไหม?
A: จัดการให้ดีขึ้นได้ด้วยการปรับมุมมอง บันทึกความสำเร็จ และขอ Feedback ตามจริง หลายคนเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันโดยไม่ให้บั่นทอนความก้าวหน้าในอาชีพ
ก้าวข้ามความรู้สึก “เก่งไม่พอ” สู่ความมั่นใจ
Imposter Syndrome ในที่ทำงาน เป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปและจัดการได้ การเข้าใจอาการ ยอมรับความรู้สึก และประเมินความสามารถของตนตามความเป็นจริง จะช่วยให้คุณก้าวข้ามความลังเลและกล้าคว้าโอกาสที่เหมาะสมกับศักยภาพ อย่าให้ความรู้สึก “เก่งไม่พอ” มาขวางเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพของคุณ
พร้อมก้าวสู่โอกาสที่ใช่กับ FDI
หากคุณรู้สึกว่าศักยภาพของคุณมีมากกว่าที่เป็นอยู่ และกำลังมองหาโอกาสที่เหมาะสม FDI Recruitment พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยประเมินคุณสมบัติของคุณอย่างเป็นกลาง เพื่อจับคู่ตำแหน่งที่ตรงกับความสามารถจริง เรามีใบอนุญาตจัดหางานเลขที่ น.1261/2554 จากกรมการจัดหางาน ให้บริการฟรี 100% หากต้องการดูแลความพร้อมด้านจิตใจควบคู่กัน ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพจิตในที่ทำงาน
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ลงทะเบียนได้ที่ https://fdirecruit.co.th/ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
- โทร: 02-626-5999
- อีเมล: infojob@fdirecruit.co.th
- Line@: @jobfdi


