23 ธันวาคม 2025

พรบ. คุ้มครองแรงงาน 2568 อัปเดตล่าสุด – ลาคลอด 120 วัน มีผลแล้ว! พร้อมร่างฯ ทำงาน 40 ชั่วโมง กำลังมา
ปี 2568 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของกฎหมายแรงงานไทย เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยได้ประกาศใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเพิ่มสิทธิลาคลอดบุตร 120 วันสำหรับพนักงานหญิง และลาช่วยภรรยาคลอด 15 วันสำหรับพนักงานชาย
นอกจากนี้ยังมีข่าวดีอีกว่าเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบในหลักการร่าง พรบ. คุ้มครองแรงงาน อีก 2 ฉบับที่เสนอโดยพรรคประชาชน ซึ่งจะลดชั่วโมงการทำงานเหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และเพิ่มสิทธิลาดูแลครอบครัวอีก 15 วัน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่มาตรฐานการทำงานที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและครอบครัวอย่างแท้จริง
กฎหมายใหม่ที่มีผลบังคับใช้แล้ว – ลาคลอด 120 วัน
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 เป็นกฎหมายที่ มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 โดยมีสาระสำคัญคือการเพิ่มสิทธิลาคลอดและลาดูแลครอบครัวสำหรับพนักงานทั้งชายและหญิง ได้แก่ ลูกจ้างหญิง มีสิทธิลาคลอดบุตรได้สูงสุด 120 วัน (เพิ่มจาก 98 วัน) และ ลูกจ้างชาย มีสิทธิลาเพื่อช่วยภรรยาที่คลอดบุตรได้ 15 วัน กฎหมายฉบับนี้ยอมรับความสำคัญของการดูแลบุตรในช่วงแรกเกิดและสนับสนุนให้พ่อแม่มีเวลาร่วมดูแลลูกอย่างเต็มที่
ร่างกฎหมายพรบ. คุ้มครองแรงงานที่กำลังพิจารณา – ทำงาน 40 ชั่วโมง มีอะไรบ้าง?
นอกจากกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว ยังมีร่าง พรบ. คุ้มครองแรงงาน อีก 2 ฉบับที่ผ่านการรับหลักการในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ
ร่างกฎหมายเหล่านี้มีเนื้อหาที่จะเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยร่างฉบับแรกที่เสนอโดย จรัส คุ้มไข่น้ำ สส.ชลบุรี เขต 8 พรรคประชาชน จะลดชั่วโมงทำงานเหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มวันหยุดเป็น 2 วันต่อสัปดาห์ และให้สิทธิลาพักผ่อน 10 วันหลังทำงานเพียง 120 วัน
ส่วนร่างฉบับที่สองที่เสนอโดย วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จะเพิ่มสิทธิลาดูแลครอบครัว 15 วัน สิทธิลาประจำเดือนสำหรับพนักงานหญิง 3 วัน และกำหนดให้มีสถานที่ให้นมบุตรในที่ทำงาน
8 สิทธิสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงใน พรบ. คุ้มครองแรงงาน – มีผลแล้วและกำลังมา
สิทธิที่มีผลบังคับใช้แล้ว (พรบ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9)
จากประสบการณ์ของ FDI Recruitment ในการให้บริการจัดหางานมากว่า 10 ปี พบว่าสิทธิลาคลอดและสวัสดิการครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้สมัครงานคำนึงถึงมากขึ้นเรื่อยๆ
1.ลาคลอด 120 วัน – พนักงานหญิงมีสิทธิลาคลอดบุตรได้สูงสุด 120 วัน เพิ่มขึ้นจาก 98 วันเดิม ช่วยให้แม่มีเวลาฟื้นฟูร่างกายและดูแลลูกในช่วงแรกเกิดได้อย่างเพียงพอ ระยะเวลานี้สอดคล้องกับคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แนะนำให้ให้นมลูกเฉพาะนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน
2.ลาช่วยภรรยาคลอด 15 วัน – พนักงานชายมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือภรรยาที่คลอดบุตรได้ 15 วัน นี่เป็นการยอมรับบทบาทของพ่อในการดูแลครอบครัวและสนับสนุนภรรยาในช่วงหลังคลอดที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด
สิทธิใน พรบ. คุ้มครองแรงงานที่กำลังพิจารณา (ร่างฯ ทำงาน 40 ชั่วโมง)
1.ทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ – ลดจาก 48 ชั่วโมงเดิม หมายความว่าหากทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ จะทำงานวันละเพียง 8 ชั่วโมง ส่วนงานที่เป็นอันตรายจะกำหนดไม่เกิน 35 ชั่วโมง
2.หยุด 2 วันต่อสัปดาห์ – เพิ่มจาก 1 วันเดิม โดยระยะห่างระหว่างวันหยุดไม่เกิน 5 วัน ช่วยให้มีเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมส่วนตัวได้มากขึ้น
3.ลาพักผ่อน 10 วันหลังทำงาน 120 วัน – เดิมต้องทำงานครบ 1 ปีจึงได้ลา 6 วัน แต่ตามร่างใหม่ ทำงานแค่ 4 เดือนก็ได้ลา 10 วันแล้ว
4.สิทธิลาประจำเดือน 3 วัน – พนักงานหญิงมีสิทธิลาเนื่องจากมีประจำเดือนได้ไม่เกิน 3 วันต่อเดือน โดยไม่นับเป็นวันลาป่วย
5.ลาดูแลครอบครัว 15 วัน – พนักงานมีสิทธิลาไปดูแลบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดได้ 15 วันต่อปี หากลาตั้งแต่ 5 วันขึ้นไปต้องแสดงใบรับรองแพทย์
6.สถานที่ให้นมบุตร – กำหนดให้มีสถานที่และอุปกรณ์ที่เหมาะสมเพื่อให้นมบุตรหรือบีบเก็บน้ำนมไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที ตลอด 1 ปีหลังคลอด
เปรียบเทียบกฎหมายเก่า vs ใหม่ – เปลี่ยนอะไรบ้าง
ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ที่ใช้บังคับมายาวนาน พนักงานหญิงมีสิทธิลาคลอดเพียง 90-98 วัน พนักงานชายไม่มีสิทธิลาช่วยภรรยาคลอด ต้องทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมีวันหยุดเพียง 1 วัน กฎหมายฉบับนี้ออกแบบมาในยุคที่บริบทของตลาดแรงงานและสังคมแตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก
พ.ร.บ. (ฉบับที่ 9) ที่มีผลบังคับใช้แล้วเพิ่มวันลาคลอดเป็น 120 วัน (เพิ่ม 22%) และให้สิทธิลาช่วยภรรยาคลอด 15 วัน ส่วนร่างฯ ที่กำลังพิจารณาจะลดชั่วโมงทำงานเหลือ 40 ชั่วโมง (ลด 16.7%) เพิ่มวันหยุดเป็น 2 วัน (เพิ่ม 100%) และให้สิทธิลาพักผ่อนเร็วขึ้นและมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนว่าสังคมไทยให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน รวมถึงบทบาทของทั้งพ่อและแม่ในการดูแลครอบครัว
ผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงานและองค์กร
กฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้วและร่างกฎหมายที่กำลังพิจารณาจะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การทำงานในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับพนักงาน การมีสิทธิลาคลอด 120 วันและลาช่วยภรรยา 15 วันช่วยให้ครอบครัวมีเวลาปรับตัวและดูแลบุตรอย่างเหมาะสม การลดชั่วโมงทำงานและเพิ่มวันหยุดจะช่วยลดความเครียด ลดอุบัติเหตุจากความอ่อนล้า และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
สำหรับองค์กร แม้ในระยะสั้นอาจต้องปรับโครงสร้างและการบริหารจัดการ แต่ในระยะยาวจะได้รับประโยชน์จากพนักงานที่มีความสุข มีสุขภาพดี และมีความผูกพันกับองค์กรมากขึ้น ต้นทุนที่มองไม่เห็นของระบบเดิม เช่น การลาออกบ่อย อุบัติเหตุ และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เตรียมตัวอย่างไรรับกับกฎหมายใหม่
สำหรับกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว (ลาคลอด 120 วัน และลาช่วยภรรยา 15 วัน) พนักงานสามารถใช้สิทธิได้ทันที โดยควร
- แจ้งนายจ้างล่วงหน้า – แจ้งความประสงค์ใช้สิทธิลาคลอดหรือลาช่วยภรรยาให้นายจ้างทราบล่วงหน้า
- เตรียมเอกสารประกอบ – เช่น ใบรับรองแพทย์ สำเนาทะเบียนสมรส เพื่อความสะดวกในการขอใช้สิทธิ
- ศึกษาสิทธิของตัวเอง – อ่านรายละเอียดกฎหมายหรือปรึกษาฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพื่อเข้าใจสิทธิที่ได้รับ
สำหรับร่างกฎหมายที่กำลังพิจารณา (ทำงาน 40 ชั่วโมง) ควร
- ติดตามความคืบหน้า – ติดตามว่าร่างฯ ผ่านวาระต่างๆ เมื่อไหร่และมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่
- ประเมินผลกระทบ – พิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อการทำงานและรายได้อย่างไร
- สื่อสารกับนายจ้าง – หารือกับนายจ้างเกี่ยวกับแผนการปรับตัวขององค์กร
หางานกับองค์กรที่ปฏิบัติตามกฎหมายและใส่ใจพนักงาน
การเลือกทำงานกับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสิทธิและสวัสดิการของพนักงานตามกฎหมายคือการตัดสินใจที่สำคัญ
องค์กรที่ดีไม่เพียงแต่ปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน เคารพในบทบาทของพนักงานทั้งในฐานะมืออาชีพและสมาชิกครอบครัว
FDI Recruitment เป็นบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โดยมีใบอนุญาตจัดหางานภายในประเทศ (แบบจง.3) เลขที่ น.1261/2554 ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามีประสบการณ์ในการจับคู่ผู้สมัครกับองค์กรที่มีคุณภาพและให้ความสำคัญกับสวัสดิการพนักงาน
นอกจากนี้หากคุณต้องการหารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ ลาออก สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ “พนักงานลาออก สาเหตุ สิทธิ์ และวิธีจัดการที่ HR ต้องรู้”
คำถามที่พบบ่อย
Q: กฎหมายลาคลอด 120 วัน มีผลบังคับใช้แล้วหรือยัง?
A: มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา พนักงานหญิงสามารถใช้สิทธิลาคลอด 120 วันได้ทันที และพนักงานชายสามารถลาช่วยภรรยาคลอด 15 วันได้เช่นกัน
Q: ร่างฯ ทำงาน 40 ชั่วโมง มีผลบังคับใช้เมื่อไหร่?
A: ยังไม่มีผลบังคับใช้ ขณะนี้ร่างฯ ผ่านการรับหลักการในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ต้องผ่านการลงมติในวาระที่ 2 และ 3 ก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ คาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายเดือน
Q: พนักงานเก่าได้สิทธิตามกฎหมายใหม่ด้วยไหม?
A: ได้ทั้งหมด เมื่อกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ พนักงานทุกคนไม่ว่าจะทำงานมาก่อนหรือหลังจะได้รับสิทธิตามกฎหมายใหม่ทั้งหมด กฎหมายแรงงานมีหลักการคุ้มครองพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม
ก้าวสู่ยุคใหม่ของการทำงานที่สมดุลและเป็นธรรม
การประกาศใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) และการผ่านร่างฯ ทำงาน 40 ชั่วโมงในวาระที่ 1 เป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน การให้สิทธิลาคลอด 120 วันและลาช่วยภรรยา 15 วัน แสดงให้เห็นว่าสังคมยอมรับความสำคัญของการดูแลครอบครัวและบทบาทของทั้งพ่อและแม่ ส่วนการลดชั่วโมงทำงาน เพิ่มวันหยุด และสิทธิลาต่างๆ จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ทำให้พนักงานมีความสุข มีสุขภาพดี และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
เริ่มต้นอาชีพใหม่กับองค์กรที่ปฏิบัติตามกฎหมายและเคารพสิทธิพนักงาน
หากคุณกำลังมองหาโอกาสการทำงานที่เหมาะสมกับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสิทธิและสวัสดิการของพนักงานตามกฎหมาย FDI Recruitment พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยจับคู่งานที่ตรงกับคุณสมบัติและความต้องการของคุณ เรามีใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ให้บริการฟรี 100% ไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนใดๆ และมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิตามกฎหมายใหม่และช่วยหาองค์กรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ลงทะเบียนได้ที่ https://fdirecruit.co.th/ หรือติดต่อสอบถามได้ที่
- Line@ : @jobfdi
- เบอร์โทร : 02 626 5999
เริ่มต้นเส้นทางการทำงานใหม่ที่สมดุล มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับสิทธิอย่างเต็มที่ตามที่กฎหมายคุ้มครอง


